หนังใหม่ รีวิวภาพยนตร์ :: The Classic ดูแล้ว ระวังน้ำตาไหล

เมื่อพูดถึงความรัก หนังใหม่ บนโลกนี้ก็มีความรักมากมายหลายรูปแบบ แต่ความรักที่ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์มากที่สุด ก็คือความรักระหว่างหญิงชาย ที่มีความรู้สึกดี ๆ ให้แก่กัน โดยเหตุผลประการหนึ่ง ที่ทำให้หนังรักขายดีนั้น อาจเป็นเพราะว่าวิถีชีวิตความเป็นจริงของผู้คนหลาย ๆ คน เขาไม่ได้มีโอกาสที่จะพบเจอกับความรักอันสวยงามนั้นบ่อย ๆ หรือบางคนอาจจะไม่เจอเคยเจอความรักที่แท้จริงมาตลอดทั้งชีวิต เพราะฉะนั้นการชมภาพยนตร์รักเหล่านี้ ก็เป็นการเติมเต็มจิตวิญญาณอย่างเหลือล้น ครั้งหนึ่งในชีวิต เราอาจจะไม่เคยร้องไห้ให้ความรักด้วยความสุข แต่ร้องไห้ให้กับความรักด้วยความทุกข์ เพราะฉะนั้นการที่เราได้เสพย์ความรักจากในภาพยนตร์นี่แหละ จะช่วยเติมเต็มชีวิตของคุณ ให้มีความสุขมากยิ่งขึ้นถึง และถ้าคุณกำลังหาหนังรักที่ทำให้ยิ้มได้แม้จะมีน้ำตา The Classic คือคำตอบ

The Classic ภาพยนตร์เกาหลี น้ำตาร่วง 

เมื่อพูดถึงภาพยนตร์รัก ที่ได้รับความนิยม มีชื่อเสียงติดอันดับโลก ก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่อง The Classic หนึ่งในภาพยนตร์ชวนน้ำตาไหลจากเกาหลี แต่ผู้ชมบางคนก็มองว่าความรัก ในเรื่องภาพยนตร์ The Classic นั้นเป็นบทละครที่นำเน่ามาก ๆ แต่บางครั้งชีวิตของเรา อาจจะไม่ได้ต้องการความเพอร์เฟค เราอาจจะต้องการความรู้สึกที่เข้มข้นบางอย่าง เพื่อนำมาเติมเต็มภายในจิตใจของเราเท่านั้น โดยที่ไม่ได้สนใจเลยว่าเนื้อเรื่องมันจะน้ำเน่า หรือไม่น้ำเน่า เพียงแค่เราดูแล้วเรามีความสุขเท่านั้นก็พอแล้ว

The Classic ภาพยนตร์แนวโรแมนติกของประเทศเกาหลีใต้ ฉายในปี 2003 กำกับโดย Kwak Jae-yong สำหรับแนวทางในการเล่าของภาพยนตร์เรื่องนี้ แบ่งออกเป็น 2 ยุคด้วยกัน ได้แก่ ความรักของคู่แม่ กับความรักของรุ่นลูก โดยความรักของรุ่นลูกนั้น จะเป็นความรักแนวใส ๆ กุ๊กกิ๊ก คนรุ่นใหม่ ให้อารมณ์ฟินแบบสบาย ๆ แต่ความรักของรุ่นแม่นั้น เต็มไปด้วยอารมณ์อันหนักหน่วงชวนเสียน้ำตาเป็นอย่างยิ่ง ถ้าคุณเป็นคนที่มีอารมณ์อ่อนไหวแล้วล่ะก็ รับรองว่าน้ำตาร่วงได้แบบง่าย ๆ เลยทีเดียว 

หนัง

เปิดฉากที่ยุคปัจจุบัน 

ภาพยนตร์เริ่มต้นขึ้นในยุคปัจจุบัน หญิงสาวนาม Ji-hye กำลังทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่ แต่แล้วเธอก็ได้สะดุดตาเข้ากับกล่องลับกล่องหนึ่ง ภายในนั้นอัดแน่น และเต็มไปด้วยจดหมายเก่า ๆ และไดอารี่ของ Joo-hee ผู้เป็นแม่ ด้วยความสงสัยใคร่รู้ Ji-hye จึงเริ่มเปิดจดหมายเหล่านี้ขึ้นมาอ่าน และภาพยนตร์ก็พาเราย้อนกลับสู่อดีตที่ทั้งขม และหวาน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหล่านี้ เกี่ยวข้องกับเรื่องราวของ Ji-hye ซึ่งเธอได้ตกหลุมรัก เพื่อนนักเรียนห้องเดียวกัน นาม Sang-min 

เรื่องราวในแต่ล่ะฉากบอกเล่าเรื่องราว ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของทั้ง 2 Joo-hee ได้เดินทางไปเรียนในโรงเรียนชนบท ในฐานะนักเรียนแลกเปลี่ยน เป็นระยะเวลาหนึ่งช่วงฤดูร้อน ณ ที่นั้น เธอได้พบกับ Joon-ha พวกเขาสนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว ออกเตร็ดเตร่ชมนกชมไม้ สำรวจพื้นที่ป่าสีเขียว และเล่น หนัง ใกล้กับแม่น้ำอันแสนงดงาม ที่ ๆ พวกเขาทั้ง 2 จะจดจำว่าที่แห่งนี้จะเป็นสถานที่พิเศษเสมอ…ในยามที่พายุพัดผ่านมา พวกเขาพากันไปหลบอยู่ใต้ต้นไม้ แต่ Joo-hee ดันข้อเท้าแผลง Joon-ha อุ้มเธออย่างทะนุถนอม และพวกเขาก็พากันกลับบ้าน แต่พ่อแม่ของเธอดันรู้เรื่องนี้เข้า และไม่พอใจอย่างมาก โดย Joo-hee ได้ให้สร้อยคอแก่ชายหนุ่ม เพื่อเป็นสร้อยเตือนใจให้ระลึกถึงช่วงเวลานี้ 

วัฒนธรรมคลุมถุงชนของชาวเอเชียได้เริ่มต้นขึ้น พ่อของ Joo-hee สัญญาว่าจะยกเธอให้เป็นเจ้าสาวของ Tae-soo เพื่อนของ Joon-ha อีกคนหนึ่ง แต่ชีวิตของเขาต่างกันราวกับฟ้าและเหว เพราะ Tae-soo มาจากครอบครัวที่มั่งคั่ง ต่อมาพวกเขาทั้ง 2 ค้นพบเกี่ยวกับการสื่อสารกันอย่างลับ ๆ ด้วยการใช้ชื่อ Tae-soo แทนชื่อตน ในยามส่งจดหมายหากัน แต่แล้วเคราะห์ซ้ำมาอีกรอบ เมื่อพ่อของ Tae-soo ดันรู้ความจริง ส่วน Tae-soo เพื่อนผู้แสนดี พยายามฆ่าตัวตาย แต่ไม่สำเร็จเพราะเขาอยากให้เพื่อนทั้ง 2 ที่เขารักได้ปองรักกัน… 

ฉากแห่งความทรงจำ 

ฉากในโรงเรียน ถ่ายทำในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในเกาหลี แต่สถานที่ที่ได้รับการถ่ายทำมากที่สุด คือ ห้องสมุดที่อยู่ในมหาวิทยาลัย Kyung Hee โดยมีการใช้ฉากนี้หลายครั้ง ระหว่างการเล่าเรื่องราวย้อนหลังทั้งในอดีต และปัจจุบัน ในเหตุการณ์ย้อนหลัง Joon-ha ได้เขียนจดหมายในนามของเพื่อนของเขา Tae-soo ณ ที่แห่งนี้ ส่วนในยุคปัจจุบัน Ji-hye เขียนจดหมายในนามของเพื่อนของเธอ เพื่อนำจดหมายแห่งความรักนี้ไปส่งให้ใครคนหนึ่ง นอกจานี้ในเหตุการณ์ที่เหมือนกันอีกอย่าง คือ Joo-hee มีเพื่อนหญิงที่น่ารำคาญคนหนึ่ง และในปัจจุบัน Ji-hye ก็ยังมีเพื่อนหญิงที่น่ารำคาญเช่นเดียวกัน และหล่อนมักจะรบกวนความสัมพันธ์ของเธอ นอกจากนี้ Joo-hee และ Ji-hye ต่างก็ได้รับบทกวีเดียวกันจากคนที่พวกเขารัก 

ผลงานของผู้กำกับ Kwak Jae-young 

หลังจากประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ จากผลงาน My Sassy Girl ปี 2001 ก็มีข่าวลือมากมายเกี่ยวกับผู้กำกับ Kwak Jae-young ดูเหมือนเขาจะค้นพบวิธีที่จะสร้างภาพยนตร์อันสุดโรแมนติก ที่จะมัดใจผู้ชมให้แน่น เมื่อมีการประกาศว่าผลงานชิ้นต่อไปของเขา จะเป็นแนวรัก ๆ ใคร่ ๆ อีกครั้ง ผู้ชมต่างสงสัยว่าภาพยนตร์เรื่องใหม่นี้ จะเต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ และมีความสดใหม่เทียบเท่า My Sassy Girl ได้ไหม เพราะเขาทำไว้ดีมาก เพราะฉะนั้นการสร้างผลงานรัก อีกครั้งทำให้สถานะของเขาในฐานะผู้กำกับชื่อดังค่อนข้างเสี่ยง เพราะฉะนั้นแทนที่จะทำตามสูตรที่พิสูจน์แล้ว ว่าสร้างความสำเร็จได้จริง เขาได้สร้างอารมณ์ใหม่ ๆ กล้าที่จะท้าทายความเปลี่ยนแปลง ทำให้ The Classic ใช้วิธีการเล่าเรื่อง และให้อารมณ์ที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง และถูกสร้างขึ้นให้มีความประโลมโลกมากกว่า ละครตลก รวมทั้งการวางเรื่องราวความรักหลักในปี 1968 แต่อย่างไรก็ตามเนื้อเรื่องยังมีการผสมผสานเรื่องราวความรักในยุคปัจจุบันเข้าไว้ด้วยกัน ได้อย่างชาญฉลาด จากการผสมผสานอย่างลงตัวนี้ ทำให้ผู้ชมได้รับสารที่ตัวหนังต้องการสื่ออย่างมีประสิทธิภาพ

สอดแทรกการเปลี่ยนแปลงของเกาหลี 

ภาพยนตร์เรื่องนี้มีจุดเริ่มต้น และมีองค์ประกอบของเรื่องราวความรัก ที่แตกต่างจากความรักที่ทันสมัย และยังแตกต่างจากสภาพแวดล้อม ใน My Sassy Girl ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ The Classic เป็นผลงานที่มีความประณีต ย้อนไปในช่วงปลายยุค 60 และต้นยุค 70 เป็นช่วงเวลาที่ประเทศเกาหลี กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย ผู้ชมภาพยนตร์ หนังออนไลน์ จะได้สัมผัสกับแง่มุมต่าง ๆ ตั้งแต่เข้าการเดินทางเข้าสู่สงครามเวียดนาม ไปจนการเปลี่ยนผ่านสู่ความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ และเทคโนโลยี และได้รับการยกระดับในฐานะประเทศชาติที่มีความเจริญ และแม้แต่เหตุการณ์การประท้วงเผด็จการที่จะเกิดขึ้น

The Classic เต็มไปด้วยความอบอุ่นจากก้นบึ้งของหัวใจ ถึงแม้จะมีเรื่องหนัก ๆ ถาโถมเข้ามากมาย แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีชวนยิ้มแย้ม และเรื่องหัวเราะมากมายใน The Classic ซึ่งมีมุขตลกเล็ก ๆ น้อย ๆ สอดแทรกเข้ามาเป็นระยะ ๆ ราวกับแสงไฟที่สาดส่องเข้ามาในท่ามกลางความมืด ซึ่งทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้สว่างไสวเป็นที่สุด

สำหรับคนที่มีอารมณ์อ่อนไหว เมื่อได้มาชมเรื่องนี้มักมีแนวโน้ม ที่จะเพลิดเพลินไปกับภาพยนตร์เรื่องนี้ ซึ่งจะเข้าไปกระตุ้นหัวใจของคุณให้ตลบอบอวนไปด้วยกลิ่นไอของความรัก ทุกอย่างเยี่ยมตั้งแต่การแสดง ไปจนถึงการตัดต่อ และการเลือกเพลง ซึ่งเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่คุณสามารถสัมผัสได้ถึงความใส่ใจ ภาพยนตร์เรื่องนี้มีความคลาสสิกอย่างแท้จริง ซึ่งไม่ได้มาจากชื่อเรื่อง แต่มาจากทุกองค์ประกอบของเรื่อง และจะคลาสสิกไปตลอดกาล อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในภาพยนตร์โรแมนติกที่ดีสุดที่จะทำให้น้ำตาของคุณเอ่อล้นออกมา ลองดูสิ รับรองหลังดูจบตาคุณแห้งแน่

จบไปแล้วกับการรีวิวหนัง The Classic อย่าลืมติดตามการรีวิวหนัง และดูหนังดราม่า ใหม่ ๆ ได้ที่ “moviethai